ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย ครั้งที่ 6 พ.ศ.2560

4 ข บทคัดย่อ การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย ครั้งที่ 6 พ.ศ.2560 กลุ่มตัวอย่าง บิดา มารดา หรือ ผู้เลี้ยงดูเด็กอย่างน้อย 6 เดือนอย่างต่อเนื่อง และเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือน 16 วัน ถึงอายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน จ�ำนวน 10,053 คน สุ่มตัวอย่างแบบ Stratified Three-stage Sampling วิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนาวิเคราะห์ปัจจัยสถิติ Multiple Logistic Analysis ผลการศึกษา : เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยรวมทุกด้าน ร้อยละ 67.5 เมื่อจ�ำแนกตามกลุ่มอายุ พบว่า เด็กอายุ 0-2 ปี มีพัฒนาสมวัยรวมทุกด้าน ร้อยละ 76.80 เด็กอายุ 3-5 ปี มีพัฒนาการสมวัยรวมทุกด้าน ร้อยละ 58.00 เมื่อจ�ำแนกตาม รายด้าน พบว่า ด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ร้อยละ 94.8 ด้านสังคมและการช่วยเหลือตนเอง ร้อยละ 92.10 ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก ร้อยละ 90.4 และด้านภาษาและการใช้ภาษา ร้อยละ 79.4 เมื่อเปรียบเทียบกับผลการส�ำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัย 6 ครั้ง ปี พ.ศ.2442, 2447, 2550, 2553, 2557 และ 2560 พบว่า สถานการณ์พัฒนาการสมวัยเด็กปฐมวัยยังคงที่และมีแนวโน้ม ลดลง ที่ร้อยละ 71.7, 72.0, 67.7, 73.4, 72.0 และ 67.5 ตามล�ำดับ พัฒนาการสมวัยเด็กปฐมวัยไทยมีอัตราต�่ำกว่าสถิติ องค์การอนามัยโลก ที่พบร้อยละ 80 - 85 ของเด็กปฐมวัยทั่วโลก และไม่บรรลุค่าเป้าหมายตามแผนบูรณาการพัฒนาศักยภาพ คนตามช่วงวัย ที่ก�ำหนดไว้ร้อยละ 85 ส่วนพัฒนาการสมวัยของเด็กปฐมวัยรายเขตสุขภาพ 12 เขต (ยกเว้นกรุงเทพฯ) พบว่า เขตสุขภาพที่บรรลุค่าเป้าหมายตามแผนบูรณาการพัฒนาศักยภาพคนตามช่วงวัย มีเพียงเขตสุขภาพที่ 6 ชลบุรีเพียงเขตเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับผลการส�ำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัย ปี พ.ศ.2557 กับ ปี พ.ศ. 2560 พบว่า เขตสุขภาพที่มีพัฒนาการ สมวัยเด็กปฐมวัยเพิ่มขึ้น มีเพียง 5 เขต คือ เขตสุขภาพที่ 2 พิษณุโลก เขตสุขภาพที่ 5 ราชบุรี เขตสุขภาพที่ 6 ชลบุรี และ เขตสุขภาพที่ 10 อุบลราชธานี ปัจจัยคัดสรร ที่มีอิทธิพลต่อการพยากรณ์โอกาสพัฒนาการสมวัยของเด็กปฐมวัย อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติที่ p–value<0.005 พบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพยากรณ์โอกาสฯ ดังนี้ ด้านคุณลักษณะทางประชากรของมารดา ได้แก่ อายุ ของมารดาระยะตั้งครรภ์ การศึกษาและอาชีพ , ด้านสุขภาพมารดาระยะตั้งครรภ์ ได้แก่ การได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และการได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ , ด้านสุขภาพเด็ก ได้แก่ วิธีการคลอดปกติ คลอดครบก�ำหนด น�้ำหนักทารกแรกคลอดมากกว่าหรือเท่ากับ 2,500 กรัม และการไม่มีปัญหาสุขภาพช่องปาก , ด้านโภชนาการ ได้แก่ เด็กได้ กินอาหารมื้อหลัก , ด้านสภาพแวดล้อมและสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็ก ได้แก่ การศึกษา และอาชีพของบิดา อาชีพของ ผู้เลี้ยงดูเด็ก และสถานเลี้ยงดูเด็กช่วงกลางวัน ส่วนด้านพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กได้แก่ การอ่านเล่านิทานคุณภาพ การเล่น กับเด็กคุณภาพ การใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เล่นกับเด็กอย่างมีคุณภาพ การไม่ดูทีวี แท็บเล็ต ข้อเสนอ: รัฐบาลควรลงทุน ด้านงบประมาณเพื่อสร้าง “ครอบครัวคุณภาพ” โดยพัฒนาความรอบรู้การเลี้ยงดูเด็กของ พ่อแม่และผู้เลี้ยงดู พร้อมจัดรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้เด็กอายุต�่ำกว่า 2 ปี งด เล่นมือถือ แท็บเล็ต และดูทีวี ขับเคลื่อน นโยบาย “เล่นสร้างชาติ” และสนับสนุนให้มี “ลานเล่นตามรอยพระยุคลบาท” ต�ำบลละ 1 แห่ง , พัฒนาระบบการบริการคลินิก สุขภาพเด็กดี เน้นการสอนและฝึกทักษะให้ พ่อ แม่ หรือผู้เลี้ยงดู ส่งเสริมและเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กด้วยตนเอง,จัดท�ำแผน งานพัฒนาเด็กปฐมวัยรอบด้านในระยะยาว 20 ปี ใน 3 ระบบ ระบบ “ครอบครัวคุณภาพ”, ระบบ “สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย” และระบบบริการ “หน่วยบริการสาธารณสุข” ท้ายสุดให้มีการศึกษาวิจัยชุดโครงการ เพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัยองค์รวม ระยะยาว อย่างน้อย 25 ปี เพื่อติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพเด็ก

RkJQdWJsaXNoZXIy NDQyNzM=